手机的使用很普及,大部分的人都在使用,所以说我们的生活离不开手机。智能手机能通话、玩游戏、看电影、上网、玩微信微博,还能拍照。如果我们的生活没有手机,会感到诸多不便,而随着智能手机的普及,沉溺手机的现象也日益严重。



正文对应听力从00:35开始

การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันในสมัยนี้ ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หลายคนมีโทรศัพท์มือถือเป็นเพื่อนคู่ใจในยามที่รู้สึกเหงา หรืออยากที่จะอัพเดทข่าวสารต่างๆ ก็เพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาก็สามารถรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายๆ โดยล่าสุด เว็บไซต์ชื่อดัง Hotel.com ได้ทำแบบสำรวจพฤติกรรมของบุคคลในประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งานมือถือ ทั้งหมด 28 ประเทศทั่วโลก โดยผลสำรวจในครั้งนี้ปรากฏว่า คนไทย ร้อยละ 85 ติดมือถือย่างหนักจนขาดไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าผู้นำทางด้านเทคโนโลยีอย่างประเทศเกาหลี และญี่ปุ่น ไปแล้ว
在这个时代,日常生活中使用科技是再平常不过的事了,在寂寞的时候手机对于很多人来说是“知心朋友”,或者想要知道些什么新闻,拿起手机直接刷新就能看到各种新闻消息。最近,一家知名的网站“Hotel.com”在全球28个国家做了有关于“日常中使用手机的行为”测试。该次测试结果显示:泰国以85%“离不开手机的”高百分比,成为世界上最沉溺手机的国家,直接赶超了以科技为主的韩国和日本的前面。

นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจเกี่ยวกับการใช้มือถือของเด็กไทย และพบว่า เด็กไทยใช้งานอินเตอร์เน็ต และมือถือต่อวัน สูงสุดในเอเชีย คนไทยเริ่มใช้เทคโนโลยีอายุ 6 ปีขึ้นไป โดยเยาวชนอายุ 15 -24 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 51.9 และร้อยละ 42.2 ใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเกม และที่น่าสนใจเยาวชนไทยใช้อินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์และมือถือสูงถึง 3.1 ชั่วโมงต่อวันครองแชมป์อันดับ 1 ในและ จากการวิจัย พบว่า เยาวชนที่ติดอินเทอร์เน็ตมีขนาดสมองส่วนหน้าเล็กและมีการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทของสมองส่วนหน้าลดลง ขาดทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น อีกด้วย
除此之外,还有关于“泰国孩子们使用手机”的测试结果,并指出泰国的孩子每天使用网络和手机也是东南亚最多的国家。泰国人从六岁以上开始使用科技,15-24岁的青年使用网络的百分比达到了51.9%,42.2%的用手机玩游戏,最引人关注的是青年人以每天使用电脑和手机上网达到3.1小时的使用率取得排名第一。通过研究发现:沉溺于网络的青年人的前脑会有缺损,和前脑相连接的细胞神经会慢慢减弱,以至于缺失和他人交际的能力。